คล็อปป์ ลั่นความ สัมพันธ์ระหว่างกุนซือกับนักเตะเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จ

Share on facebook
Share on google
Share on twitter
Share on linkedin
คล็อปป์ ลั่นความ ผู้จัดการทีม หรือเทรนเนอร์ บางครั้งที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่น และก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นโค้ช สำหรับ เจอร์เก้น คล็อปป์ หลายคนมองเขาว่าในสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่นั้นเขาเป็นผู้เล่นที่มีฝีเท้าดีคนหนึ่ง แต่เรื่องนี้สำหรับ เขาแล้ว เจ้าตัวยอมรับว่าไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย โดยเฉพาะตอนที่ยังโลดแล่นอยู่ในสนามฟุตบอลสาวก "เดอะ ค็อป" แสดงความดีอกดีใจที่เขาตัดสินใจเขารับงานเพื่อการกุมบังเหียนให้ "เดอะ เร้ดส์" เพราะพวกเขาเชื่อว่าเขาจะช่วยเปลี่ยนแปลงสโมสร และนำทัพให้ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในที่สุด พวกเขาเฝ้ารอมานาน เพราะทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีครั้งสุดท้าย ต้องย้อนกลับไปในปี 1990 โน่นทีเดียว

คล็อปป์ ลั่นความ  อาจจะเป็นกุนซือที่เก่งเอามาก ๆ แต่สมัยที่เป็นนักเตะไม่ใช่เลย เขาเป็นคนบอกเองว่าเขาไม่ค่อยมีอะไรที่จะนำมาเล่าได้เลยในฐานะนักเตะ

แม้ว่าจะลงสนามในฐานะกองหลังให้ไมนซ์ ถึง 340 เกมก็ตาม สมัยที่อยู่ดิวิชั่น 2 ลีกเมืองเบียร์ เขาสร้าง ลิเวอร์พูล จนก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และตอนนี้ก็กำลังลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีก เขาประสบความสำเร็จกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งก่อนหน้านั้นเจ้าตัวก็ได้ค้าแข้งกับ ไมนซ์ ซึ่งเขาเปรียบตนเองว่าเป็นแค่นักเตะธรรมดา ๆ เท่านั้นและแล้ว คล็อปป์ ก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนสถานะของตัวเอง จากการต้องวิ่งในสนาม มาทำหน้าที่ยืนคุมทัพที่ซุ้มม้านั่งสำรองแทน "มีนักเตะหลายคนที่มาขอให้ผมช่วยแนะนำเรื่องการใช้ชีวิต ผมกลายเป็นคุณพ่อตั้งแต่ยังหนุ่ม ๆ ทำให้ผมมีปัญหามากมาย และพวกเขาซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 20 ปี และผมไม่เคยเจอมาก่อนสมัยที่อายุ 20 หรือ 21 ปี"
คล็อปป์ ลั่นความ

คล็อปป์ ลั่นความ ผู้จัดการทีม หรือเทรนเนอร์ บางครั้งที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่น และก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นโค้ช สำหรับ เจอร์เก้น คล็อปป์ หลายคนมองเขาว่าในสมัยที่ยังค้าแข้งอยู่นั้นเขาเป็นผู้เล่นที่มีฝีเท้าดีคนหนึ่ง แต่เรื่องนี้สำหรับ เขาแล้ว เจ้าตัวยอมรับว่าไม่ได้เก่งกาจอะไรเลย โดยเฉพาะตอนที่ยังโลดแล่นอยู่ในสนามฟุตบอลสาวก “เดอะ ค็อป” แสดงความดีอกดีใจที่เขาตัดสินใจเขารับงานเพื่อการกุมบังเหียนให้ “เดอะ เร้ดส์” เพราะพวกเขาเชื่อว่าเขาจะช่วยเปลี่ยนแปลงสโมสร และนำทัพให้ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในที่สุด พวกเขาเฝ้ารอมานาน เพราะทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดเมืองผู้ดีครั้งสุดท้าย ต้องย้อนกลับไปในปี 1990 โน่นทีเดียว

คล็อปป์ ลั่นความ  อาจจะเป็นกุนซือที่เก่งเอามาก ๆ แต่สมัยที่เป็นนักเตะไม่ใช่เลย เขาเป็นคนบอกเองว่าเขาไม่ค่อยมีอะไรที่จะนำมาเล่าได้เลยในฐานะนักเตะ

แม้ว่าจะลงสนามในฐานะกองหลังให้ไมนซ์ ถึง 340 เกมก็ตาม สมัยที่อยู่ดิวิชั่น 2 ลีกเมืองเบียร์ เขาสร้าง ลิเวอร์พูล จนก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และตอนนี้ก็กำลังลุ้นคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีก เขาประสบความสำเร็จกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ซึ่งก่อนหน้านั้นเจ้าตัวก็ได้ค้าแข้งกับ ไมนซ์ ซึ่งเขาเปรียบตนเองว่าเป็นแค่นักเตะธรรมดา ๆ เท่านั้นและแล้ว คล็อปป์ ก็ได้ตัดสินใจเปลี่ยนสถานะของตัวเอง จากการต้องวิ่งในสนาม มาทำหน้าที่ยืนคุมทัพที่ซุ้มม้านั่งสำรองแทน “มีนักเตะหลายคนที่มาขอให้ผมช่วยแนะนำเรื่องการใช้ชีวิต ผมกลายเป็นคุณพ่อตั้งแต่ยังหนุ่ม ๆ ทำให้ผมมีปัญหามากมาย และพวกเขาซึ่งตอนนั้นอายุเพียง 20 ปี และผมไม่เคยเจอมาก่อนสมัยที่อายุ 20 หรือ 21 ปี”

คล็อปป์ มักจะสร้างมิตรภาพร่วมกับลูกทีมของเขาเสมอ และบรรดานักเตะเหล่านั้นก็พร้อมที่จะลงสนามแบบถวายหัว ทุกครั้งที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเขา ส่วนนายใหญ่ “เดอะ เร้ดส์” ต้องนับว่าการรักษาระดับความสัมพันธ์ของผู้เล่นและโค้ช เป็นองค์ประกอบที่สำคัญมาก ในการบริหารทีมอีกเรื่องที่ คล็อปป์ ต้องพยายามรักษาสมดุลไว้ให้มั่นคง เพื่อที่จะก้าวไปสู่การเป็นโค้ชชั้นสุดยอดนั้นก็คือ การทำงานกับชีวิตส่วนตัว แม้เรื่องงานอาจจะวุ่นวายจนทำให้สภาพจิตใจอ่อนล้า แต่สำหรับผมแล้ว “ผมยังคงทำอยู่ แต่มันดีกว่าสมัยที่ผมยังหนุ่ม ๆ โดบเฉพาะผู้ช่วยของผมที่อายุมากแล้วที่ต้องเจอกับความยากลำบากในเรื่องทำนองนี้ แต่มันก็เป็นเรื่องปกติ ด้วยอายุของขา เขาไม่รู้ว่าจะหยุดพักยังไง”ทั้งหมดนี้เป็นเพียงแค่เสี้ยวหนึ่งในชีวิตของ คล็อปป์ เพราะกว่าที่เขาจะก้าวขึ้นมาเป็นสุดยอดโค้ชได้เหมือนทุกวันนี้ ต้องผ่านอะไรมาอย่างมากมาย แต่นี่ก็คือมุมมองในการเป็นกุนซือ ว่าจะต้องทำยังไง ถึงจะได้ใจลูกทีมของตัวเอง

 

Leave a Replay

Sign up for our Newsletter

Click edit button to change this text. Lorem ipsum dolor sit amet, consectetur adipiscing elit